
ภาพที่ 1

รถคันที่ 1 จะเห็นไฟข้างเดียว (ในกรณีที่ไม่ได้อยู่หน้าแยก) แล้วจะขับตรงไปแบบไม่แตะเบรก
ทั้งๆที่รถคันที่ 2 นั้นเปิดไฟ เพื่อแสดงว่าอยากจะไปตรง แต่การให้สัญญาณผิดๆแบบนี้ จะทำให้รถคันที่ 1 เข้าใจว่า คันที่ 2 จะเลี้ยวซ้าย
ภาพที่ 2
และพอถึงแยก ก็จะเป็นแบบนี้ ..... แล้วใครผิดละเนี้ย

เพิ่มเติม
........ไฟฉุกเฉิน-ไฟผ่าหมาก ......
มีผู้ตั้งคำถามว่า...มีกฎจราจรเกี่ยวกับเรื่อง..ไฟฉุกเฉิน..หรือไม่ ทราบแต่ว่าฝรั่งเขาทำไว้ในกรณีรถเสียหรือต้องการความช่วยเหลือ แต่พี่ไทยเรามาใช้เป็นสัญญาณจะไปตรง ทำให้้เกือบเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เพราะว่ามองด้านข้างคิดว่าจะเลี้ยว หรือกรณีไฟสัญญาณมีไม่ครบเช่นไฟเลี้ยวมีข้างเดียวเป็นต้น ( หากเจ้าของรถไม่ทดลองเปิดไฟสัญญาณต่างๆด ู)
......กรณีนี้ตามกฎหมาย พ.ร.บ.จราจรทางบก ปี 2522 แก้ไขเพิ่มเติม 2535 มีข้อกำหนดเกี่ยวกับเรื่องนี้ดังนี้ คือ
......ใน มาตรา 9 ระบุไว้ว่า กรณีที่รถยนต์เกิดเครื่องยนต์เสีย หรืออุปกณ์รถยนต์เสีย จะต้องเคลื่อนย้ายให้พ้นจากทางเดินรถหากไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ ต้องเปิดสัญญาณไฟกระพริบ หรือสัญญาณไฟฉุกเฉิน ตามที่กฎกระทรวงกำหนดแสดงให้เห็นชัดเจน
......ทั้งนี้ กฎกระทรวง ข้อ 11 ได้ระบุเกี่ยวกับสัญญาณไฟฉุกเฉินไว้ว่า...กรณีที่จำเป็นต้องจอดรถในทางเดินรถเนื่องจากเครื่องยนต์ หรือ อุปกรณ์รถยนต์ขัดข้อง ให้ผู้ขับขี่ปฏิบัติดังนี้
......ให้สัญญาณเป็นไฟกระพริบเหลืองอำพัน-ขาว ที่ติดตั้งอยู่หน้ารถด้านซ้าย และขวา และไฟสัญญาณกระพริบแดง-เหลืองอำพัน บริเวณท้ายรถ
......เพราะฉะนั้น จึงหมายความว่า ไฟฉุกเฉิน หรือไฟผ่าหมากนั้น ตามกฎหมายจะให้ใช้เฉพาะรถจอดเสียเท่านั้น ส่วนกรณีอื่นๆ เช่น การขอความช่วยเหลือ หรือหากเกิดฝนตกแล้วนิยมเปิดไฟผ่าหมาก
......กรณเปิดไฟฉุกเฉิน-ไฟผ่าหมาก เมื่อวิ่งรถผ่านทางแยกนั้น นอกจากจะเปิดไม่ได้แล้ว หากเกิดอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนขึ้น บางครั้งอาจจะตกเป็นฝ่ายผิดด้วย เนื่องจาก พ.ร.บ.จราจรทางบก มาตรา
71 (2) ระบุไว้ว่า..."เมื่อขับรถมาถึงทางร่วม ทางแยก และไม่มีรถอยู่ในทางร่วมทางแยก ผู้ขับขี่ต้องให้รถในด้ายซ้ายในทางร่วมทางแยกไปก่อน"...
......กรณีนี้...อาจเป็นการเคยชินของผู้ขับขี่รถ...แต่เพื่อเตือนให้ท่านคำนึงถึงความถูกต้อง จึงต้องยกข้อกฎหมายมาให้ท่านทบทวนกันครับ...
ไฟฉุกเฉินใช้อย่างไรให้ถูกต้องและปลอดภัย
การเปิดไฟฉุกเฉิน Harzard หรือไฟ กระพริบสี่มุม ควรใช้ให้ถูกต้องทั้งขณะจอดนิ่งหรือเคลื่อนที่ เพราะการเปิดใช้โดยไม่จำเป็นอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ การเปิดไฟฉุกเฉินโดยไม่จำเป็นอาจพบได้ใน 4 ลักษณะ ได้แก่
1. ข้ามสี่แยกแล้วต้องการตรงไป ผู้ขับขี่มักเปิดไฟฉุกเฉินโดยคิดว่าการปฏิบัติเช่นนั้นจะเป็นการเตือนรถยนต์คันอื่นที่กำลังร่วมสี่แยกเดียวกันไม่ให้มาชนรถยนต์ของตน ซึ่งผู้ขับรถยนต์คันที่แล่นมาจากทางซ้ายหรือขวาของคันที่จะตรงไป อาจเห็นแค่ไฟกระพริบมุมหน้ามุมเดียว เสมือนว่ารถยนต์คันที่เปิดไฟฉุกเฉินกำลังเตรียมเลี้ยวไปยังด้านใดด้านหนึ่งทั้งที่จริงกำลังจะตรงไป
ปัจจุบันรถยนต์รุ่นใหม่หลายรุ่นติดตั้งเลี้ยวด้านหน้าไว้ในตำแหน่งมุมสุดเลยไฟหน้าออกไป ซึ่งผู้ขับรถยนต์ที่กำลังแล่นมาจากทั้งซ้ายและขวา อาจมองไม่เห็นไฟกระพริบทั้ง 2 มุมหน้าพร้อมกัน รวมทั้งมุมอื่น ๆที่ผู้ขับร่วมทางอาจไม่เห็นไฟกระพริบพร้อมกันเป็นคู่ทั้งด้านหน้าหรือด้านหลังก็อาจเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุได้
นอกจากนี้ถ้ามีรถยนต์หรือรถจักยานยนต์เหลื่อมบังไฟเลี้ยวด้านใดด้านหนึ่งในขณะที่จะตรงไป ผู้ร่วมทางคันอื่นอาจเกิดความเข้าใจผิดและไม่ระวังหรือไม่ได้ชะลอความเร็วลงก็อาจเกิดอุบัติเหตุได้โดยเฉพาะรถยนต์ที่มาจากทางด้านซ้ายของคันที่เปิดไฟฉุกเฉิน เมื่อผู้ขับรถยนต์เห็นแค่ไฟกระพริบด้านซ้าย ก็นึกว่าจะเลี้ยวซ้าย
วิธีปฏิบัติที่ถูกต้องและปลอดภัยก็คือ ชะลอความเร็วลง มองทางซ้ายและขวาอย่างรอบคอบ ไม่ควรเปิดไฟฉุกเฉิน เพราะการไม่เปิดไฟเลี้ยวก็แสดงว่าต้องการไปอยู่แล้ว เมื่อเส้นทางว่างและปลอดภัยจึงค่อยไป นอกจากนี้ยังสามารถพิสูจน์ได้ในรถยนต์บางรุ่นว่า ไฟฉุกเฉินไม่ได้มีไว้ให้เปิด-ปิด เวลาจะข้ามสี่แยกแล้วต้องการตรงไป เพราะตำแหน่งที่ติดตั้งสวิตช์ไม่ได้สะดวกต่อการใช้งาน
2. ฝนตกหนัก หมอกลงจัด หรือทัศนวิสัยไม่ดี ไม่ควรเปิดไฟฉุกเฉิน ถ้าไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นข้างหน้าแล้วต้องจอดรถ เพราะในขณะที่เปิดไฟฉุกเฉินจะไม่มีไฟเลี้ยวใช้หากต้องการให้สัญญาณก่อนเปลี่ยนเลน นอกจากนี้ผู้ขับรถคันที่ตามมาอาจคิดว่าเป็นรถที่จอดนิ่งอยู่ และแสงไฟกระพริบสีเหลืองหลายดวงจากรถยนต์หลายคันอาจแยงตา รวมถึงถ้ามีรถยนต์คันอื่นบังเหลื่อมอยู่ในบางมุม ไฟกระพริบ 2 ดวงด้านท้ายหรือด้านหน้า อาจมองเห็นไฟกระพริบ แต่เสมือนเป็นไฟเลี้ยวดวงเดียว และสร้างความเข้าใจผิดได้ แม้ไฟฉุกเฉินจะช่วยให้ผู้ขับคนอื่นมองเห็นได้ชัดเจน แต่ขณะที่เปิดไฟฉุกเฉินกระพริบทั้ง 4 มุม แล้วอยากเปลี่ยนเลนจะไม่มีไฟเลี้ยวใช้ซึ่งในสถานการณ์ที่ทัศนวิสัยไม่ดีอย่างนั้นอาจมีการเปลี่ยนแปลงเลนบ้าง
ดังนั้นเมื่อทัศนวิสัยไม่ดีควรเปิดไฟหน้า(ไฟต่ำ)พร้อมตัดไฟหมอก(ถ้ามี) คล้ายกับการเดินทางตอนกลางคืนหรือถ้าทัศนวิสัยไม่ดีมากๆจนแทบมองไม่เห็น ควรจอดหลบในที่ที่ปลอดภัยและควรเปิดไฟฉุกเฉินไว้ด้วย อย่างไรก็ดีถ้ายังยืนยันว่าต้องการจะเปิดไฟฉุกเฉินพร้อมกับการขับในกรณีที่ทัศนวิสัยไม่ดีจริง ๆ ควรใช้ความเร็วต่ำ มาก ๆ ขับชิดซ้ายสุด โดยไม่มีการเปลี่ยนเลน หากต้องการเปลี่ยนเลนหรือเลี้ยวต้องปิดไฟฉุกเฉินก่อน และเปิดไฟเลี้ยวล่วงหน้า(หลายสิบเมตร) หากไม่แน่ใจว่าจะทำได้ทัน ไม่ควรเปิดไฟฉุกเฉิน และเปิดไฟหน้าแบบต่ำจะดีกว่า
3. เบรกกะทันหันแล้วต้องจอดเป็นคันท้ายการเบรกกะทันหัน แล้วต้องจอดเป็นคันสุดท้ายชั่วคราวและเปิดไฟฉุกเฉินเพราะกลัวผู้ขับรถยนต์คันที่ตามมาเบรกไม่ทัน ทั้งที่โดยปกติสามารถใช้วิธีเหยียบเบรกสว่างค้างไว้ถ้ามองกระจกหลังแล้วกลัวรถยนต์ที่ตามมาจะชนท้ายให้ถอนแป้นเบรกแล้วเหยียบซ้ำเพื่อให้ไฟเบรกกระพริบ 1 ครั้ง จะได้เป็นที่สังเกตได้ชัดเจน แล้วค่อยเหยียบแป้นเบรกแช่ไว้เพราะโดยปกติผู้ขับรถยนต์คันที่ตามมามีหน้าที่เว้นระยะห่างให้เหมาะสมพร้อมสำหรับการเบรกเมื่อรถยนต์คันหน้าจอดหรือชะลอความเร็วลง ไม่ต้องเปิดไฟฉุกเฉินเตือน เขาก็ควรปฏิบัติเช่นนั้นอยู่แล้ว หากไม่แน่ใจว่าผู้ขับรถยนต์คันที่ตามมาจะเบรกทันหรือไม่ อาจเปิดไฟฉุกเฉินในขณะจอดนิ่งต่อท้ายอย่างกะทันหันในช่วงสั้น ๆ ได้เพราะการจอดลักษณะนี้คล้ายกับการมีรถยนต์เสีย หรือเกิดอุบัติเหตุอยู่บนถนนด้านหน้าสามารถเปิดไฟฉุกเฉินเตือน และเมื่อรถยนต์ที่ตามมาเบรกและจอดอย่างปลอดภัยแล้วหรือก่อนเริ่มออกตัวใหม่ ควรปิดไฟฉุกเฉินทันที
4. การลากรถยนต์เสีย ควรทำป้ายใหญ่ ๆ ติดด้านท้ายรถยนต์เพื่อบอกว่า กำลังลากรถเพราะช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้มาก แต่ถ้าต้องการเปิดไฟฉุกเฉินควรใช้ความเร็วต่ำชิดซ้ายเลนสุด และระลึกไว้ว่าตอนนั้นไม่มีไฟเลี้ยวใช้ หากต้องการเปลี่ยนเลนหรือเลี้ยว ต้องปิดไฟฉุกเฉินและเปิดไฟเลี้ยวล่วงหน้าเพื่อให้สัญญาณตามปกติ แล้วค่อยเปลี่ยนเลนหรือเลี้ยวถ้าทำไม่ได้ควรเปิดไฟฉุกเฉิน
การเปิดไฟฉุกเฉินโดยไม่จำเป็นมักมีสาเหตุมาจากความคิดที่ว่า ต้องการเตือนไม่ให้รถยนต์คันอื่นมาชนรถของตน ซึ่งอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดและก่อให้เกิดอุบัติเหตุตามมา ฉะนั้นทุกครั้งที่เปิดไฟฉุกเฉินควรเปิดในขณะที่ถูกต้องเพื่อความปลอดภัยทั้งรถคันที่เปิดไฟฉุกเฉินและรถที่ร่วมทาง
บทความข้างต้นนี้ คัดลอกมาจากวารสารฮอนด้า เดือน เมษายน 2550



















สะบัดแฮร์...อย่าแคร์สื่อ 

ใครเคยอยู่หรือเคยไปบ้านนอกบ่อยๆ จารูเลย 



แต่เสียเวลา 555++

Linear Mode



