จาก
New Altis Club : Be Your Own Star Forums-viewtopic-Run-in ö�������ᴧ ��ҡ�ç��ͧ�٤�Ѻ ^^
เพื่อนในนี้หลายคนก็คงผ่านช่วงเวลา Run-in นี้กันมาแล้วนะครับ แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่กำลังจะรับรถใหม่ และยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการ Run-in อย่างไรให้ได้ผลดีเช่น ขับเร็วๆ มันจะพังไหม แล้วถ้าต้องขับช้าๆ มันต้องช้าขนาดไหน แล้วขับต่อเนื่องได้หรือไม่ ซึ่งเป็นคำถามที่ในคู่มือเองก็ไม่ได้กำหนด ว่าต้องทำแบบไหนเพียงแต่บอกว่า ”อย่าแช่ความเร็ว "คงที่" ติดต่อกันนานๆ ครับ
เอาละฟังผมโม้มาเยอะ เรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า (สิ่งที่ผมเขียนอันนี้ไม่ยาวเหมือนน้ำมันเครื่องนะครับ อิอิอิ)
เครื่องยนต์ใหม่เขา Run-in มาจากโรงงานแล้ว 80-90% ให้ลูกค้า run-in เพียง 10% เท่านั้น เพราะเมื่อประกอบเครื่องยนต์เสร็จ จับขึ้นไดโน ฯ เขาไม่ได้ขึ้นเพื่อตรวจเข็มไมล์ครับ แต่เขาขึ้นเพื่อทดสอบดูว่าเครื่องมีอะไรผิดปกติไหม ทำแรงม้าสูงสุดอยู่ในพิกัดที่เขายอมรับไหม (ถ้าอยู่ในเขตที่เขายอมรับ ก็ถือว่าผ่าน)
*แต่การที่จะเทสต์แรงม้านั้นเขาก็ต้องใช้รอบเต็มที่ ซึ่งการใช้รอบเต็มที่นี่แหละครับ คือการรันอินแบบถูกทางมาจากโรงงานแล้ว (เร่งๆ เบาๆ สลับกันเป็นลำดับ ทำแบบนี้หลายขั้นตอน ตามที่เขากำหนดไว้ ) ส่วนนึงที่ ใช้เวลาไม่นาน แต่นั่นคือรันอินแบบเข้าทางมาให้แล้วในส่วนใหญ่ๆ เขาจึงเหลืองานมาให้เจ้าของรถจัดการอีกเล็กๆน้อยๆ
ถ้าเจ้าของเอามาจัดการต่อแบบดุๆ ก็ Perfect แต่ถ้าเอามารันอินต่อแบบแผ่วๆก็ได้แบบ Nearly Perfect ที่มัน Near Perfect เพราะโรงงานกระทืบมาให้แล้ว(ถูกทาง) แต่ถ้าประกอบเครื่องเสร็จ ไม่ขึ้นไดโนฯ เครื่องนี้เกิดมา แล้วส่งมาให้เจ้าของรถ รันอินแบบแผ่วๆอย่างเดียว แบบนี้ Far from Perfect ครับ สาเหตุที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่าเครื่องยนต์ใหม่ๆ แหวนที่ออกมา มันไม่ได้กลมเรียบสนิทถ้าส่องด้วยกล้องขยาย ซึ่งถ้าจะทำให้แหวนมันกลม เรียบสนิทกับกระบอก มันก็ต้องขัดส่วนเกินนี้ทิ้งให้เร็วที่สุด เข้ารูปให้เร็วที่สุด
ทำไมต้องเร็ว? เพราะ แหวนลูกสูบที่มันกันแรงดันรั่วนั้น มันไม่ได้มีแรงถ่างตัวเองออกมาเท่าไรเลยนะครับ แรงที่จะถ่างตัวเองไปชิดกับกระบอกเพื่อสู้กับแรงดันมหาศาลในห้องเผาไหม้ นั้นเป็นไปไม่ได้ครับ ลำพังแรงดันถ่างตัวของแหวนหมดสิทธิ์สู้กับแรงดันของการเผาใหม้ครับ อย่างเก่งก็ถ่างได้แค่ไม่ให้น้ำมันเครื่องรั่วเข้ามาที่ห้องเผาไหม้ได้เท่านั้น ดังนั้นมันก็เลยเอาแรงดันในห้องเผาไหม้นั้นแหละครับ ที่มันจะลอดผ่านร่องแหวนเข้ามาอยู่ที่หลังแหวนเพื่อช่วยดันให้มันถ่างตัวไปยันขอบกระบอกสุบได้แน่น (ลูกสูบรถแข่งที่ดีจะมีการเจาะรูเล็กๆที่หัวลูกสูบมาที่ร่องแหวนเพื่อมาช่วยดันแหวนตัวนี้ด้วยเรียกว่า Gas port) และที่บอกว่าต้องเร็ว เพราะถ้าเครื่องวิ่งช้าๆไม่มีโหลด มันจะเอาแรงที่ไหนมาดันแหวนให้แน่น ให้แหวนได้ลบคมให้กลม เกลี้ยง. วิ่งช้าๆรอบต่ำๆ แรงดันแหวนมันน้อย มันก็ถูๆไปกับกระบอก มันก็ไม่ยอมสึกลบคมตัวเองออกไปซะที นะครับ
แล้วถ้าเราค่อยๆถูเบาๆ ให้มันค่อยๆสึก ไม่ได้หรือ? ทำได้ แต่จะไม่ได้ของดีที่สุดครับ ของเวลามีติ่งออกมา ติ่งใหญ่ๆจะหักจะหลุดไปง่ายกว่าติ่งเล็กๆ การที่ค่อยๆถูก ติ่งส่วนเกินที่ไม่กลม มันก็สึกทีละนิด จนติ่งมันเล็ก พอมันเล็กทีนี้มันก็จะอยู่อย่างนั้นแล้ว หลุดออกไปยาก คุณก็จะไม่มีทางได้แหวนแน่นๆเรียบๆแล้วครับ และระหว่างที่มันค่อยๆถู แทนที่จะถูมันแรงๆ ให้ติ่งมันหักหลุดกลายเป็นเศษโลหะไปเลย การที่ค่อยถูแทนที่มันจะหักหายไป มันก็จะเป็นต่างฝ่ายต่างกินเนื้อกันเอง แทนที่ติ่งจะหัก ถูเบาๆติ่งนี้มันจะไปกัดกระะบอกสูบทำให้กระบอกเป็นร่องตามติ่งแทน และพอติ่งนี้ค่อยๆสึกหายไป ร่องที่ผนังที่ติ่งนี้เคยฝากไว้ก็จะกลายเป็นจุดรั่วเล็ดรอดของแรงดัน ดังนั้นแรงม้าจะหายไปก็ตรงรูรั่วเหล่านี้แหละครับ
ดังนั้น
เมื่อรับรถใหม่ป้ายแดง ก็ไม่ต้องทำอะไรมาก
เพียงทำตามคู่มือ ก็เพียงพอแล้ว ครับ
เพื่อความเข้าใจ ขออนุญาต ย้ำจุดประสงค์ของการ run-in
จุดประสงค์หลัก เพื่อจะ "บดแหวน" ให้หน้าสัมผัสของแหวน กับกระบอกสูบเข้าที่ครับ เมื่อหน้าสัมผัสเข้าที่แล้ว แหวนจะทำหน้าที่กันแรงดันรั่ว และ ระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จุดประสงค์ของ run-in แค่นี้เองครับ
เมื่อทราบจุดประสงค์แล้ว
ข้อควรระวังมีอยู่ 2 ข้อคือ
1) อย่าแช่ความเร็ว "คงที่" ติดต่อกันนานๆ ต้อง "เร่งๆ เบาๆเครื่อง" เป็นระยะๆ ที่ต้องทำอย่างนี้ เพราะแหวนตัวที่รันอินจริงๆจังๆ มันคือแหวนอัดครับ ซึ่งอยู่บนแหวนกวาดน้ำมัน ที่นี้เศษของการสึกหรอมันจะอยู่เหนือแหวนกวาด ขณะที่เรายกคันเร่ง ลิ้นปีกผีเสื้อจะปิด ตอนลูกสูบดูดลง มันไม่มีอากาศเข้ามา ดังนั้นในห้องเผาไหม้เป็นสุญญากาศ
ทำให้ฟิล์มน้ำมันที่อยู่ตามผิวกระบอกสูบ ถูกดูดไหลผ่านตามร่องแหวน ช่วยชะล้างเศษผงสึกหรอที่อยู่ในร่องแหวน ให้หลุดออก ซึ่งแรงดูดตรงนี้มันดูดแหวนอัดให้หุบกลับเข้าไปในร่องแหวน พอแหวนหุบ มันก็มีช่องว่างให้เศษที่มันถูออกมา (ที่มันอยุ่ระหว่างแหวนอัดกับแหวนกวาด) ถูกดูดออกไปอยู่ในห้องเผาไหม้ แล้วปล่อยทิ้งไปตอนวาล์วไอเสียเปิด ถ้าเศษขยะที่รันอินออกมาไม่ถูกคายทิ้งไปเร็วๆ มันจะสะสมอยุ่ที่แหวนและผนัง จะทำให้มันสึกเกินไป และจะไม่ได้ผิวที่ดีจริงๆเพราะเศษที่คาอยู่มันก็จะไปช่วยขุดผิวที่ดีๆออกไปด้วย
ส่วนทำไมถึงห้ามแช่ความเร็ว "คงที่" ติดต่อนานๆ ครับรายละเอียด เข้าไปอ่านที่นี่ครับ
Break In Secrets--How To Break In New Motorcycle and Car Engines For More Power
2) อย่าใช้น้ำมันเครื่อง Synthetic เขาห้าม เพราะการ run-in ต้องการ "บดแหวน" คือ ต้องการขัดให้หน้าสัมผัสเข้าที่ น้ำมันเครื่องควรใช้น้ำมันธรรมดา ข้อนี้โรงงานเครื่องยนต์ทุกแห่ง เขาห้าม แต่เจ้าของรถส่วนมากไม่รู้ ครับ เมื่อหน้าสัมผัสเข้าที่แล้ว แหวนจะทำหน้าที่กันแรงดันรั่ว และ ระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จุดประสงค์ของ run-in แค่นี้เองครับ
ถ้าใครเคยได้ยินมาบ้าง ว่าออกรถป้ายแดงมาถึง ให้อัดเลยครับ ซึ่งเมื่อใช้ๆไป จะรู้สึกได้เลยว่าเครื่องจะแรงและลื่นกว่าคันที่รันอินแบบปกติตามคู่มือ เมื่อเทียบกับคันอื่นๆในรุ่นเดียวกัน โดยบางคนคิดว่าลื่นเพราะมันหลวม แต่จริงๆแล้วมันแรงเพราะแหวนมันเก็บกำลังอัดได้ดี ไม่รั่วไปที่อ่างครับ แรงที่ได้มาก็สมบูรณ์
อันนี้ผมของเล่าจากประสบการณ์ตรงนะครับ ที่อ๊อฟฟิตผมมีรถอยู่ 2 คัน คันแรกให้พนักงานใช้ขับไปทำงานข้างนอก กับอีกคันให้ระดับหัวหน้าใช้ รถที่ออกมาพร้อมๆกัน คันที่พนักงานขับวิ่งดีกว่า(พนักงานเหยียบกันเต็มเหนี่ยว) คันให้หัวหน้าใช้(ขับแบบถนอมๆ ไปเรื่อยๆ) อย่างชัดเจนครับ อันนี้เฉพาะเรื่องอัตราเร่งนะไม่พูดถึงเรื่อง เบรก หรือยาง และช่วงล่างที่คันของพนักงานจะสึกหรอไวกว่าเป็นเรื่องปกติ
ปล. บทความนี้ผมเรียบเรียงเนื้อหาที่กระจัดกระจายมาจากหลายๆ ที่แต่ผมก็ตั้งใจอยากจะรวบรวมเอาไว้เป็นคลังความรู้ เพื่อเพื่อนๆจะได้รู้ว่าที่มาที่ไปของการ Run-in เป็นอย่างไร มีเหตุผลอะไรในการ Run-in เครื่องยนต์ ทำไมถึงห้ามเหยียบแช่เป็นเวลานานๆ แล้วถ้าขับช้าๆจะมีผลเสียหรือไม่ ซึ่งผมเองก็หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ความกระจ่างไม่มากก็น้อย ครับ ขอบคุณที่อ่านกันนะครับ อิอิอิ ^^
ที่ขาดไม่ได้ ขอบคุณความรู้ดีๆจาก คุณช่างกลหนุ่ม ,คุณ A-Z (ณ พันทิปรัชดา) และเว็บที่ผมได้ทำลิ้งค์ไป ผมขอขอบคุณมา ณ ที่นี่ด้วยครับ