วันนี้เลยถือโอกาสนำวิธีการพ่วงที่เค้าว่ากันว่าถูกต้องและปลอดภัย มาฝากกันครับ บทความนี้ เอามาจากคำแนะนำจากผู้มีความรู้มาอีกทีครับ ผิดถูกประการใดช่วยแก้ไข และเพิ่มเติมให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ
- เราจะรู้ได้ยังไงว่าแบตเตอรี่รถเราหมดละครับ
ง่ายมาก มันก็ สตาร์ทรถไม่ติดหนะซิ อาการแบบ บิดกุญแจ แล้วเครื่องไม่หมุน หรือ หมุนเบามากๆ แชะๆ.. ไม่ ชึ่งๆ บรื้นนนนน
ไฟหน้าปัดดับวูบ เปิดไปหน้า ไม่สว่าง ฯ ถ้าใครมี volt meter หรือ multimeter ก็ลองดูว่า volt มันต่ำกว่า 12V มากๆๆๆ
-แล้วแบตเตอรี่มันหมดได้ยังไงละ ?
อันนี้ก็ต้องมาเช็คกันดูหละครับว่า ไฟมันหายไปไหน หายไปเพราะปิดประตูไม่สนิท เปิดไฟต่างๆทิ้งไว้หรือเปล่า พวกอุปกรณ์ต่อพ่วงที่ใช้ไฟ เปิดทิ้งไว้หรือไม่ หรือเกิดจากการ ลัดวงจรของอุปกรณ์ สวิทซ์ สายไฟ ต่างๆ หรือ ปล่อยให้น้ำกลั่นแห้งสนิท ไม่เคยเปิดดูเลย หรือ แบเตอรี่เสื่อม หมดอายุ เก็บไฟไม่อยู่(ปกติ 1 ปีครึ่ง ถึง 2 ปีก็ลาโลกแล้วครับ) หรือ ไดร์ชาร์จพัง ไม่ทำงาน ทำให้รถดึงไฟจากแบตเตอรี่มาใช้จนหมด อาจมีกรณี ขั้วไฟจากไดร์ชาร์จหลุด หลวม ไฟเลยไม่ชาร์จ
- แล้วจะทำยังไงดีละ จะรู้ได้ไงว่าอะไรพัง ?
อันดับแรกเลย ตรวจสอบ หลอดไฟต่างๆ สวิทซ์ต่างๆ เปิดค้างไว้หรือเปล่า ถ้าเปิดค้างไว้ก็ปิดครับ มีฟิวซ์อะไรขาด ลีเลย์ตัวไหนร้อนผิดปกติ ละลาย หรือ ไหม้บ้าง ถ้ามี สันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่า อาจมีการลัดวงจร หรือการใช้งานลีเลย์ไม่เหมาะสมกับอุปกรณ์ทำให้เกิดความร้อนสูง และอาจจะลัดวงจรได้ง่ายๆ เปลี่ยนแปลงแก้ไขด่วนครับ
ต่อไป ลองไปดูที่ ตัวแบตเตอรี่ น้ำกลั่นแห้งหรือเปล่า แห้งก็เติม สาเหตุหลักๆที่แห้งก็เพราะ การเกิดปฏิกิริยาในแบตทำให้เกิดความร้อน ทำให้ของเหลวมีการระเหยออก ต้องเช็คประจำ ถ้าปล่อยให้แห้งจนแผ่นธาตุด้านในโผล่ บ่อยๆ จะทำให้แบตเสื่อมเร็ว ตายก่อนแก่
อาการเบื้องต้นจากการสังเกตก่อนหน้านี้
อาการแบตเตอรี่เสื่อม สังเกตุได้จากการเก็บไฟไม่ค่อยได้ จอดรถข้ามวัน พอกลับมาสตาร์ท แล้วไม่ติด ไฟหมด แต่ถ้าขับมาแล้วจอดสองสามชั่วโมง เมื่อมาสตาร์ทยังพอติดไหวแต่ก็ไม่ค่อยมีแรง เปิดเครื่องเสียงตอนดับเครื่องยนต์ ฟังได้ไม่ครบอัลบั้ม ไฟหมด นั้นหละครับเตรียมตัวเสียตังค์
ถ้ามี volt meter จะสังเกตว่า เมื่อรถวิ่ง ค่าจะอยู่เกิน 12V-14V ไดร์ชาร์จทำงาน แต่ถ้าจอดไว้ทิ้งแล้ว ลองมาวัดดูอีกที ค่าต่ำกว่า 9V ก็แสดงว่าใกล้กลับบ้านเก่า
อาการไดร์ชาร์จพัง ขับๆอยู่ดีๆเครื่องตื้อๆ รอบตก เร่งไม่ออก แล้วก็ดับ สตาร์ทไม่ติด แต่พอจอดรถทิ้งไว้ซักสาม สี่ ชั่วโมง สตาร์ทติด แต่วิ่งไปซักพักก็ดับอีก หรือ ขับๆอยู่ พอเปิดไฟหน้า รอบร่วงแบบน่ากลัว สาเหตุเพราะ ตอนนี้ขณะวิ่ง รถเรามันใช้ไฟจากแบตเตอรี่ล้วนๆ มันเลยไม่พอ แล้วใช้จนแบตหมดก็ดับ พอทิ้งไว้ แบตเตอรี่ที่ยังมีสภาพดี มันจะมีการ สร้างประจุขึ้นมาใหม่ ทำให้มีไฟพอสตาร์ทได้ แต่ไม่มีไฟมาชาร์จ มันก็จะหมดอีก ถ้า มี volt meter จะสังเกตว่า ค่าจะอยู่ไม่เกิน 12V ไม่ว่าจะเดินเบาหรือเร่งเครื่องก็ตาม หรือเมื่อใช้ไฟเยอะๆเช่น เปิดแอร์ เปิดไฟหน้า แล้ว volt หล่นมากกว่าปกติ ก็แสดงว่าไดร์ชาร์จเริ่มเสื่อมแล้ว
- แล้วจะเอารถไปหาหมอได้ยังไงละ สตาร์ทก็ไม่ติดเลย ? ก็พ่วงซิครับ สายไฟพ่วง 2 เส้น เส้นใหญ่ๆยิ่งดี เส้นเล็กขนาดนิ้วก้อยนี่ไม่ต้องเอามาติดรถเลยนะครับ ผมใช้ไม่เคยพ่วงแล้วติดเลย เลือกซื้อที่เส้นทองแดงใหญ่ๆ ชัวร์สุดครับ รถเพื่อน รถพี่ รถแฟน รถกิ๊ก รถใครก็ไม่รู้จอดอยู่ใกล้ๆ ขอเขาพ่วงแบตหน่อย น้ำใจคนไทย ยังพอหาพอมีอยู่บ้างครับ ได้มาแล้วก็จัดการ พ่วงซะเลย
ขั้นตอน
1. นำรถที่มีไฟ มาจอดให้ตำแหน่งของแบตเตอรี่ใกล้ๆกันหน่อย สายพ่วงจะได้ถึงกัน แต่ห้ามเอารถมาชิดจนชนกันนะครับ
2. ดับเครื่อง ปิดสวิทซ์ต่างๆ ของรถทั้ง 2 คัน เปิดฝากระโปรง
3. เปิดฝาเติมน้ำกลั่น ของแบตเตอรี่ที่หมด ทุกๆช่อง แต่ถ้ามั่นใจว่ารูระบายไม่ตัน ก็ไม่ต้องเปิด และถ้ามีเวลาพอ ก็หาผ้ามาคลุมรูไว้หน่อย เพราะ ช่วงการพ่วงอาจมีก๊าซไฮโดรเจนออกมา ถ้ามีประกายไฟก็อาจจะ ...ตูมมม กันไว้ก่อนดีกว่า
4. นำสายไฟพ่วงมาต่อเข้ากับขั้วแบตเตอรี่ บวกต่อบวก ลบต่อลบ โดยลำดับการต่อ1.ขั้ว+จากแบตลูกที่หมด 2.ขั้ว+จากแบตลูกที่มีไฟ3.ขั้ว-ของแบ ตลูกที่มีไฟ โดย 4 คือ ตัวถังรถที่ไฟหมด พยายามให้ห่างๆแบตหน่อย เพือกันการเปิดประกายไฟ แล้วไปเจอะเจอก๊าซ
5. สตาร์ทเครื่องรถมีไฟ ทิ้งไว้ซัก 1-3 นาที เร่งเครื่องเล็กน้อยให้มีการไหลเวียนของประจุ หลังจากนั้นสตาร์ทเครื่องรถที่ไม่มีไฟ เมื่อติดแล้วเร่งเครื่องไว้ประมาณ 1,500 - 2,000 รอบ/นาที
6. ถอดสายพ่วงออก โดย ทำปลดขั้วตามขั้นตอนย้อนกลับ 4-3-2-1 ปิดฝาเติมน้ำกลั่นให้ครบ แล้วติดเครื่องทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที
7. ระหว่างถอดสายแล้วติดเครื่องอยู่ หาก เครื่องดับเอง แล้วสตาร์ทไม่ติดอีก แสดงว่าไดร์ชาร์จไม่จ่ายไฟแล้วครับ งานเข้า
8. ถ้าเกิดเหตุการณ์ข้อ 7 แล้วทำไงดี.... ถ้าอู่อยู่ใกล้ๆ ก็พ่วงใหม่ แต่ ขั้นที่ 5 ให้ ติดเครื่องยนต์ รถที่มีไฟให้นานๆเลย ซัก 15 นาที หลังจากนั้นสตาร์ทเครื่องรถเรา ปิดแอร์ แล้วรีบวิ่งไปให้ถึงอู่ ไม่ถึงก็ซวยเลย หรือขอสลับแบตเตอรี่ ประมาณว่ายืมใช้หน่อย เดี๋ยวเอามาคืน ปิดแอร์ แล้วรีบขับไปให้ถึงอู่ ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็คงต้องใช้บริการรถลากหละครับ
9. แต่ถ้าผ่านพ้นข้อ 7 มาได้ หากมี volt meter ลองดูค่า ถ้ามากกว่า 12V ก็สบายใจหน่อยละครับว่าไดร์ชาร์จไม่พัง ต่อไปก็วิ่งไปเช็คแบตที่ร้านครับถ้าเสียก็จัดไปเลย 1 ลูก
ข้อควรระวัง
1. ห้ามต่อสลับขั้ว เด็ดขาด คือ บวก-ลบ ห้ามเลยครับ
2. พยายามอย่าทำให้เกิดประกายไฟ
3. สายที่ต่อกับขั้วบวก อย่าให้ไปสัมผัสกับตัวถังเด้ดขาด
4. อย่าให้ปลายสายสองเส้นสัมผัสกัน
5. ห้ามพ่วงแบตเตอรี่ ที่มีความต่างศักย์ ไม่เหมือนกัน เช่น 12V กับ 24V ไม่ได้ครับ ต้อง 12V กับ 12V
6. ควรเอาผ้าปิดบริเวณที่เติมน้ำกลั่นไว้ เพื่อป้องกันไอก๊าซไฮโดเจนระเหยไปโดนประกายไฟด้วยครับ
Credit K. nuno


























Linear Mode



